
28 พฤศจิกายน 2568 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ลงนามความร่วมมือทางวิชาการ กับมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ณ อาคารห้องสมุดศูนย์การเรียนรู้ มสธ. เน้นการจัดการสอน การวิจัย และการให้บริการวิชาการแก่สังคมเพื่อบูรณาการความรู้ ให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และประเทศ ผ่านหลักสูตรประกาศนียบัตร และหลักสูตรการฝึกอบรมระยะสั้นของสาขาวิชานิเทศศาสตร์ มสธ. เพื่อเพิ่มศักยภาพคนพิการให้พ้นจากการเป็นภาระและนำไปสู่การเป็นพลังของสังคมต่อไป


พิธีลงนามความร่วมมือทางวิชาการในครังนี้ ได้รับเกียรติจากรองศาสตราจารย์ ดร.ทวีวัฒน์ วัฒนกุลเจริญ กรรมการสภามหาวิทยาลัย รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ลงนามร่วมกับ นางมณี นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ


โดยมีพยานทั้ง 2 ฝ่าย ได้แก่ ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานกิตติมศักดิ์ มูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กานต์ บุญศิริ รองอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการ เครือข่ายสัมพันธ์ และกิจการพิเศษ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช


รองศาสตราจารย์ ดร.สันทัด ทองรินทร์ ประธานกรรมการบริหารหลักสูตรนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กรกช ขันธบุญ อาจารย์ประจำสาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ร่วมลงนามเป็นพยาน
ความร่วมมือในครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายตกลงให้มีการแลกเปลี่ยนทรัพยากร การใช้ทรัพยากรร่วมกัน รวมถึงบุคลากร สถานที่ เครื่องมือและอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับการจัดฝึกอบรม และการวิจัย รวมทั้งด้านอื่น ๆ ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีจุดเด่นที่เข้มแข็ง โดยฝ่ายมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เป็นสถาบันการศึกษามีพันธกิจในด้านการศึกษาให้แก่ประชาชนนักศึกษาทั่วประเทศสามารถเข้ารับการศึกษาได้อย่างเสมอภาค มีการถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์สู่ผู้เรียนโดยอาศัยระบบการสอนทางไกลด้วยการใช้สื่อประสม ได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์เป็นสื่อหลัก สื่อรายการวิทยุกระจายเสียง สื่อรายการวิทยุโทรทัศน์ รวมทั้งสื่ออื่น ๆ ที่เหมาะสมเป็นสื่อเสริม นอกจากนี้ยังมีศูนย์วิทยพัฒนาบริการและชุมชนสัมพันธ์ มสธ. เป็นแหล่งพัฒนาความรู้ในระดับภูมิภาค โดยมีขอบข่ายงานกว้างขวางที่ให้บริการแก่นักศึกษาทุกระดับ นอกจากนี้ยังมีพันธกิจในด้านการวิจัย การทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม รวมถึงการบริการทางวิชาการแก่สังคมด้วย
ด้านมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการมีจุดเด่นในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในด้านส่งเสริมสนับสนุนคนพิการให้ได้รับโอกาสพัฒนาความสามารถในระดับบุคคลอย่างเต็มศักยภาพ (Empowerment) และมุ่งขจัดสภาพแวดล้อมที่เป็นอุปสรรคต่อคนพิการ และมุ่งสนับสนุนให้เกิดสภาพแวดล้อมที่คนพิการทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ (Barrier Free)
ดังนั้นทั้งสองหน่วยงานสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการส่งเสริมให้การปฏิบัติหน้าที่ของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง
