สุขด้วยธรรม “อิทธิบาท 4” ธรรมแห่งความสำเร็จของงาน

สุขด้วยธรรม “อิทธิบาท 4” ธรรมแห่งความสำเร็จของงาน

รับฟังเสียง

พูดถึงในโลกของการทำงาน เราต่างก็เฝ้าหาทฤษฎีแห่งความสำเร็จมากมาย มาใช้แก้ปัญหาและหาหนทางเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะทำได้จนสำเร็จ วันนี้ มสธ.เปิดวาร์ปความสุข ความสุขสร้างได้ด้วยตัวเราเอง ขอหยิบยกหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เป็นธรรมอันนำมาซึ่งความสำเร็จ ซึ่งแน่นอนที่จะรวมไปถึงความสำเร็จในด้านของหน้าที่การงานต่างๆได้ หลักธรรมที่ว่าก็ อิทธิบาท4 ธรรมะที่นำไปสู่ความสำเร็จ

อิทธิบาท 4 ประกอบด้วย ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และ วิมังสา

ฉันทะ คือ ความรักความพอใจในงาน เพราะฉะนั้นจึงต้องสำรวจตนเองก่อนว่า มีความชอบหรือศรัทธางานด้านใด แล้วมุ่งไปในเส้นทางนั้น อาจเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการตั้งคำถามกับตัวเอง ฉันทำงานเพื่ออะไร ฉันมีความสุขหรือไม่หากงานที่ทำอยู่ไม่ใช่งานที่รักเสียทีเดียว เผื่อเราจะได้มีเวลาค้นหาและปรับเปลี่ยนตัวเอง หรือปรับศรัทธาของตัวเองให้เข้ากับงานที่ทำอยู่ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่างานแต่ละอย่างนั้น ไม่มีทางใครที่จะชื่นชอบไปทั้งหมดทุกกระบวนการ ดังนั้น ถ้าคุณพอใจที่จะทำ และมีความสุขกับงาน เชื่อว่างานที่คุณทำอยู่ต้องออกมาดีแน่ ๆ    

วิริยะ คือ ความขยันหมั่นเพียรกับงานที่มี งานทุกอย่างจะสำเร็จได้ต้องอาศัยความขยันหมั่นเพียร ความวิริยะจึงเป็นเครื่องมืออีกอย่างหนึ่งที่จะนำคุณไปสู่ความสำเร็จได้ ยิ่งคุณขยันเท่าไรผลตอบแทนที่คุณจะได้รับมันก็มีมากเท่านั้น ที่สำคัญความวิริยะจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยความรักในงานจากฉันทะนั่นเอง และความวิริยะไม่ใช่การทำงานแบบเอาเป็นเอาตาย แต่เป็นการหมั่นฝึกฝนตนเองให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะความชำนาญ เพิ่มมากขึ้น         

จิตตะ คือ เอาใจใส่รับผิดชอบกับงานที่ทำ จิตใจที่จดจ่อกับงานล้วนเกิดผลดีต่องานที่ทำ จิตตะเป็นธรรมะที่แสดงถึงสติ ความรอบคอบและความรับผิดชอบที่จะตามมา ซึ่งในสังคมการทำงานปัจจุบันนี้ มุ่งเน้นแย่งชิงตำแหน่งกัน และขัดขาจนลืมคิดไปว่า งานที่ตนเองต้องรับผิดชอบนั้นคือสิ่งใดกันแน่ จิตตะจึงมีความสำคัญในการทำงานโดยไม่วอกแวกออกไปนอกลู่นอกทาง ดังนั้น เมื่อคุณมีทั้งฉันทะและวิริยะแล้ว จิตตะจะเป็นเสมือนรั้วของเส้นทางที่ไม่ให้ไขว้เขวออกนอกทางสู่ความสำเร็จได้           

วิมังสา คือ การพินิจพิเคราะห์และใช้ปัญญาตรวจสอบงาน การพินิจพิเคราะห์ หมายความว่า ทำงานด้วยปัญญา ด้วยสมองคิด ไม่ใช่สักแต่ว่าทำ คนเราแม้จะรักงานแค่ไหน บากบั่นเพียงใด หรือเอาใจจดจ่ออยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าขาดการใช้ปัญญาพิจารณางานด้วยแล้ว ผลที่สุด งานก็คั่งค้างและผิดพลาดจนได้  เราอาจลองทบทวนตัวเองนิ่งๆ ว่าวันนี้ทั้งวันเราทำอะไรบ้าง สรุปกับตัวเองว่าทำเพื่ออะไร เราจะได้มีกำลังใจต่อ ในวันต่อๆไป และไม่ทำผิดซ้ำซากอีกเช่นเดิม พร้อมกันนั้นเราจะสามารถเห็นหนทางได้ว่า เส้นทางไหนที่จะนำเราสู่ความสำเร็จได้จริง ๆ

จะเห็นได้ว่า หลักธรรมที่ใช้ในการทำงาน เป็นเรื่องง่าย ๆ ใกล้ตัว หากเรานำ อิทธิบาท 4 มาปรับใช้ในการทำงาน รักงานที่ทำ ขยันทำงาน รับผิดชอบงาน และรู้จักไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน ทางแห่งความสำเร็จก็คงไม่เกินเอื้อม…

วันนี้ ช่วง มสธ. เปิดวาร์ปความสุข ความสุขสร้างได้ด้วยตัวเราเอง ขอเป็นกำลังให้กับทุกท่านเสมอ ต่อความสำเร็จในหน้าที่การงาน โดยเฉพาะการนำหลักธรรมอธิบาท4นี้ มาเป็นหลักยึดเหนี่ยวจนเกิดผลสำเร็จในหน้าที่การงานของทุกๆท่านครับ ครั้งหน้าพบกับเรื่องดีๆ ที่จะเป็นการสร้างความสุขให้กับทุกท่านได้ใหม่ ใน มสธ.เปิดวาร์ปความสุข ความสุขสร้างได้ด้วยตัวเราเอง วันนี้….สวัสดีครับ

….เนื้อหาบทความคัดมาจากเว็บไชต์ครูบ้านนอกดอทคอม (www.kroobannok.com)

บทความโดย

ข่าวที่น่าสนใจ

cover6-67
รับสมัคร
yuyyt